การออกแบบน้ำหนักเบา

อะลูมิเนียมทั้งหมด

การออกแบบน้ำหนักเบา

อะลูมิเนียมทั้งหมด

ตัวถังอะลูมิเนียมอัลลอยทำให้ Mercedes-Benz SL ใหม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมพลังในการขับเคลื่อนในเวลาเดียวกัน

“ขาวเหมือนเงิน ทนทานเหมือนเหล็ก หลอมละลายเหมือนทองแดง และเบาเหมือนแก้ว”

Impey Barbicane ผู้บุกเบิกการท่องอวกาศในนวนิยาย “From the Earth to the Moon” ที่โด่งดังมากที่สุดเล่มหนึ่งของ Jules Verne

โครงตัวถังเปล่าของ Mercedes-Benz SL ที่ทำจากอลูมิเนียมผสมอัลลอยที่เปิดฝากระโปรงหน้าจะใช้ได้ราวกับแท่นบูชาศิลปะแห่งวิศวกรรมยานยนต์

อะลูมิเนียม- วัตถุมหัศจรรย์

อะลูมิเนียม- วัตถุมหัศจรรย์

นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นี้อาจมีความเพ้อฝันเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มากมายแต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นความเพ้อฝันและได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องในการที่เขาสรรเสริญเยินยอคุณสมบัติพิเศษของอะลูมิเนียม ในความเป็นจริงอะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีอยู่มากมายในชั้นผิวเปลือกโลกที่โดยตัวของมันเองมีข้อจำกัดทางส่วนประกอบด้านเคมี อย่างไรก็ตามอะลูมิเนียมไม่เป็นที่นิยมในการนำมาใช้จนกระทั่งถึงปี 1854 จึงได้รับการพิสูจน์และยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะนำมาสกัดองค์ประกอบเพื่อใช้ในด้านเศรษฐกิจได้อย่างสมเหตุสมผล

 

เบาเหมือนขนนกแต่แข็งแรงทนทาน ไม่ผุกร่อน ง่ายต่อการทำความสะอาดและอ่อนนุ่มเพียงพอที่จะนำมาเป็นแม่แบบงานแกะสลักที่มีความซับซ้อนได้ไม่น่าแปลกใจเลยหลังจากมีการนำมาใช้อย่างจริงจังอะลูมิเนียมได้กลายเป็นที่จดจำในฐานะเป็น “วัตถุมหัศจรรย์” อะลูมิเนียมถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้นโดยเฉพาะในงานเกี่ยวกับจิวเวลรี บรรดาเหรียญตราและงานศิลปหัตถกรรมจำนวนมากได้รับความนิยมซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามามีอิทธิพลของอะลูมิเนียมจนทำให้ราคาของมันสูงกว่าทองคำหรือทองคำขาวด้วยซ้ำ ขณะที่การนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังอยู่อีกห่างไกล

โลหะกลายมาเป็นแฟชัน

ชุดพื้นของส่วนหลังตัวถังรถที่เชื่อมด้วยวิธี MIG ของ Mercedes-Benz SL Roadster มีความเสถียรและน้ำหนักเบาในเวลาเดียวกัน เนื่องจากมีโครงสร้างแบบรังผึ้งทำจากอลูมิเนียมผสมอัลลอย

โลหะกลายมาเป็นแฟชัน

โลหะชนิดนี้ได้เริ่มนำเข้าไปใช้ในโลกแห่งศิลป์ โดย Bauhaus โรงเรียนที่สอนในเรื่องศิลปะและงานวิจิตรศิลป์ชื่อดังของเยอรมนีในช่วงเวลานั้นได้นำอะลูมิเนียมมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้ในบ้านเรือน ในทศวรรษที่ 1960 แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง Paco Rabanne ได้ผลิตเสื้อผ้าที่ใช้แผ่นอะลูมิเนียมที่มีความบางเป็นพิเศษมาใช้เป็นวัตถุดิบ ก่อนหน้านั้นในปี 1886 กระบวนการผลิตที่เรียกว่า Hall-Heroult สามารถนำอะลูมิเนียมมาใช้ในงานอุตสาหกรรมได้มากขึ้นด้วยการใช้กรรมวีธีแบบอิเล็กโทรไลซิส

ในช่วงปี 1900 ทั่วโลกมีกำลังการผลิตมาใช้งานในด้านๆ ต่างได้ประมาณ 5,700 ตันแต่ทุกวันนี้อะลูมิเนียมได้กลายเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในในโลกอุตสาหกรรมมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากเหล็ก ในปี 2011 การผลิตอะลูมิเนียมทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 50 ล้านตัน สีเงินของอะลูมิเนียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ อะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่นำมาใช้ในสินค้านานาชนิดที่รายล้อมอยู่รอบตัวเราตั้งแต่ในรถยนต์ไปจนถึงอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงเข้ากับประวัติศาสตร์ของโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ได้โดยมีประจักษ์พยานยืนยันได้เป็นอย่างดี

ด้วยรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับประติมากรรม ตัวถังรถอลูมิเนียมของ Mercedes-Benz SL จึงรวมเข้ากับชุดผลงานศิลปะร่วมสมัยได้ไม่ยาก

ศิลปะยุคใหม่

ศิลปะยุคใหม่

Silver Arrows ได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวความสำเร็จของวัสดุอะลูมิเนียมอุตสาหกรรมยานยนต์ ตัวถังอะลูมิเนียมของ SL ใหม่ยังเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Mercedes-Benz ยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมที่เยี่ยมยอดนี้อยู่อย่างเหนียวแน่น

 

การออกแบบน้ำหนักเบายกระดับสมรรถนะและพละกำลังให้สูงขึ้นขณะที่ตัวถังยังมีความยอดเยี่ยมเหนือกว่าโครงสร้างเหล็กของบรรพบุรุษในยุคก่อนในด้านของความแข็งแกร่งทนทานและความปลอดภัย  ตัวถังอะลูมิเนียมของ Mercedes-Benz SL ใช้คานในแนวยาวทำหน้าที่เป็นห้องเก็บเสียงสะท้อนสำหรับลำโพงเสียงเบส เพื่อให้การถ่ายทอดเสียงเบสในระดับเฟิร์ตคลาสด้วยเทคโนโลยีFrontbass

เบากว่าเหล็ก 40 เปอร์เซ็นต์

คานรถตามแนวยาวของตัวถังรถอลูมิเนียมของ Mercedes-Benz SL ใช้เป็นห้องเก็บเสียงดังก้องให้ลำโพงเบสด้วยปริมาตรเสียงในตัวเพื่อการสร้างเสียงเบสชั้นเลิศซ้ำอีกด้วยเทคโนโลยี Frontbass

เบากว่าเหล็ก 40 เปอร์เซ็นต์

ทุกวันนี้โลหะที่เคยเป็นที่ชื่นชอบในโลกแห่งจินตนาการของ Jules Verne ได้กลายเป็นวัตถุดิบน้ำหนักเบาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งได้รับการยืนยันโดย McKinsey consultancy บริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่ได้ศึกษาในเรื่องนี้ด้วยเปิดเผยว่า ในการนำอะลูมิเนียมมาใช้การผลิตอากาศยานจะทำให้ปีกมีน้ำหนักที่เบากว่าการนำเหล็กมาใช้ในรูปแบบที่เหมือนกันถึง 40%

ขณะที่วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ถึงแม้จะมีคุณสมบัติในการนำไปใช้งานที่ดีเยี่ยมใกล้เคียงกับอะลูมิเนียมแต่ก็มีราคาที่แพงกว่าถึงเกือบ 80%

ยอดเยี่ยมกว่าเหล็ก

ยอดเยี่ยมกว่าเหล็ก

หากไม่คำนึงถึงการต้องใช้ความเข้มข้นของพลังงานในระหว่างขั้นตอนกระบวนการผลิตแล้วอะลูมิเนียมให้ผลตอบแทนที่มีศักยภาพสูงมากในเรื่องความประหยัดจากการศึกษาของกระทรวงพลังงานประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ารถยนต์ที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุประกอบจำนวนมากจะสามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 12 เท่าระหว่างวงจรชีวิตของรถยนต์คันนั้น โครงตัวถังเปล่าของ SL ใหม่นี้มีน้ำหนักกว่าในรุ่นที่ผ่านๆ มาถึง 110 กิโลกรัมซึ่งน้ำหนักที่ลดลงหมายถึงการเพิ่มมากขึ้นของพละกำลังและการลดความสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์คำนวณตามหลักการทั่วๆ ไปที่ใช้กันอยู่จะพบว่าน้ำหนักที่ลดน้อยลง 100 กิโลกรัมจะสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ประมาณ 0.3 ลิตรต่อระยะทางการใช้งาน 100 กิโลเมตร

 

โครงตัวถังอะลูมิเนียมเปล่าของ Mercedes-Benz SL มีน้ำหนักที่เบากว่าในรุ่นที่ผ่านมาถึง 110 กิโลกรัม

โครงสร้างดิบจากอลูมิเนียมของ Mercedes-Benz SL มีน้ำหนักน้อยกว่ารุ่นก่อนราว 110 กิโล

โครงตัวถังอะลูมิเนียมของ SL ใหม่

110 กิโลกรัม

เบากว่าในรุ่นที่ผ่านๆ มา

น้ำหนักที่ลดลง 110 กิโลกรัมประหยัดได้

0.3 ลิตร

ของปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระยะทาง 100 กิโลเมตร

หากคิดรวมตลอดช่วงชีวิตของรถแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนี้หมายถึงความบ่อยครั้งที่ต้องนำรถเข้าเติมน้ำมันจะลดน้อยลงและนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายในส่วนที่ต้องเสียไปเพื่อเติมพลังงานเชื้อเพลิงก็จะลดน้อยลงด้วย บทสรุปคือความประหยัดเงินได้มากขึ้นนั่นเองและสิ่งที่เกิดขึ้นจากคุณสมบัติพิเศษของอะลูมิเนียมหากอยู่ในยุคสมัยเดียวกับ Jules Verne แล้วคงต้องร่วมประสานเสียงไปกับเขาสำหรับสิ่งที่เขาเชื่อมั่นว่า“Hoorey for aluminium”

อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังจากการจัดทำภาพและภาพเคลื่อนไหวนี้