| ในยุคที่น้ำมันถีบราคาสูง จนผู้ใช้รถต้องคิดหนักทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่อง การใช้พลังงานให้คุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ทั้งผู้ใช้รถ และผู้ผลิตรถยนต์ต่างให้ความสนใจกันมากขึ้น
ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยประหยัดพลังงาน คุณเองในฐานะผู้ใช้รถยนต์ก็สามารถประหยัดพลังงานด้วย ตัวเองได้เช่นกัน เพราะผู้ขับขี่ก็คือหนึ่งปัจจัยสำคัญในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพียงแค่ปรับวิธีการขับขี่ให้สบาย ปล่อยวางให้มากขึ้น พร้อมปฏิบัติตามเกร็ดความรู้ที่ไม่ยากเกินจะลองทำ เท่านี้ก็จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณไปได้อีกมากโข
|
| การขับขี่แบบใจร้อน เร่งเครื่องยนต์เต็มที่และเบรกในไม่อีกกี่เมตรถัดมาทำให้เผาผลาญพลังงานโดยไม่จำเป็น เพียงคุณใจเย็นลงสักนิด ขับขี่ให้สบาย จะทำให้เส้นทางนั้นราบรื่นและมีความสุขกับการขับขี่มากขึ้น |
| ปรับการใช้เกียร์ให้สูงขึ้น ใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ รักษารอบเครื่องยนต์ให้เหมาะสมแต่ต้องไม่ให้รอบต่ำจนเครื่องยนต์ทำงานไม่สะดวก และหากคุณใช้เกียร์อัตโนมัติ ก็เพียงเหยียบคันเร่งให้นุ่มนวลและใช้กำลังในการขับเคลื่อนให้เหมาะสม เท่านี้คุณก็จะได้ความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน |
| ตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ |
| การปรับตั้งเครื่องยนต์ให้เหมาะสมช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ และควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมบำรุงรักษารถยนต์ตามคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ |
| เติมลมยางให้เหมาะสมช่วยให้ทั้งปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน เพราะลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐานเพียง 1 ปอนด์ / ตารางนิ้วก็ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นถึง 3 เปอร์เซ็นต์ |
| ไม่บรรทุกสัมภาระเกินความจำเป็น |
| ทุกๆ 45 กิโลกรัม ทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเก็บกวาดสัมภาระไม่จำเป็นในฝากระโปรงหลังและที่นั่งด้านหลังให้เรียบร้อยก็ช่วยคุณประหยัดน้ำมันได้ |
| ถอดโครงบรรทุกของหลังรถออก |
| ถ้ารถของคุณติดตั้งโครงบรรทุกของบนหลังคารถแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์ แนะนำให้ถอดออกเสียเพราะมันทำให้รถต้องแบกน้ำหนักมากขึ้นและผิดหลักพลศาสตร์ สร้างแรงต้านขณะรถวิ่งทำให้กินน้ำมันมากขึ้นไปอีก 5 เปอร์เซ็นต์ |
| ใช้น้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน |
| จ่ายแพงกว่าสักหน่อยเพื่อน้ำมันเครื่องคุณภาพดีกว่า ที่ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพเต็มกำลัง |
ติดเครื่องยนต์ขณะจอดรอทำให้คุณเสียค่าน้ำมันโดยที่รถไม่เคลื่อนที่ หากต้องจอดรอ ดับเครื่องแล้วลดกระจกลงสักนิดให้อากาศถ่ายเท
|
| การขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดนอกจากอันตรายแล้วยังทำให้เปลืองน้ำมันจากแรงต้านของลมที่เข้าปะทะตัวรถทำให้กินน้ำมันมากขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นตัวของการสิ้นเปลืองพลังงานเลยทีเดียว |
| รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า |
| ทิ้งระยะที่เหมาะสมระหว่างรถคุณและรถคันข้างหน้าเพื่อให้คาดการณ์ล่วงหน้าและหยุดรถได้ราบรื่นมากขึ้น |
| เช้าวันไหนอากาศดีลองเปิดกระจก ปิดแอร์ ขับรถกินลมดูบ้าง ได้เปลี่ยนบรรยากาศและประหยัดน้ำมัน |
| หมั่นทำความสะอาดไส้กรองอากาศ |
| หมั่นเป่าลมทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองอากาศตามระยะเวลาช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยถนอมเครื่องยนต์อีกด้วย |
| หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน |
| หากเลือกช่วงเวลาในการเดินทางได้ ควรหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน ประหยัดทั้งเวลาและน้ำมัน |
| คาดการณ์ล่วงหน้าขณะขับ เช่น ชะลอรถเพื่อรอให้ไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียวแทนที่จะขับเพื่อไปหยุด หรือเร่งเครื่องก่อนขึ้นเนินเพื่อให้รถมีกำลังส่งจากแรงเฉื่อย |
| ขับรถอย่างมีสติช่วยให้การคาดคะเนเหตุการณ์ข้างหน้าแม่นยำและถูกต้อง เพราะการประหยัดน้ำมันสิ่งสำคัญอยู่ที่การขับขี่ที่ราบรื่น |
| | |