เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของแบรนด์ดาวสามแฉกโดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามียอดส่งมอบสูงถึง 20,652 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในขณะที่ครึ่งปีแรกนี้สามารถทำได้รวม 110,926 คัน เพิ่มจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 7 นอกจากนั้นเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ด้วยยอดขายเดือนมิถุนายนที่ 26,747 คัน โดยมียอดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 123,013 คัน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดประเทศไทย แบรนด์ดาวสามแฉกยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 455 คัน ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2011 มียอดขายรวมอยู่ที่ 2,495 คัน(ม.ค – มิ.ย 2010: 2126) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17 มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เรายังคงเป็นผู้นำตลาดรถหรูในประเทศไทย โดยมีรุ่น C-Class, E-Class และ S-Class เป็นกำลังสำคัญ ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่เพียงด้วยศรัทธาในความเป็นเลิศในคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แต่ด้วยความมั่นใจในการซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผมยังเชื่ออีกว่า The new generation C-Class โฉมใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศจะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการตลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทยยิ่งขึ้นไปอีก”
อนึ่ง ในตลาดโลกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น The new generation C-Class และ S-Class ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ยอดขายในครึ่งปีแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เปิดตัว C-Class โฉมใหม่ในตลาดโลกจนถึงครึ่งปีแรกของปีนี้สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในเซ็กเม้นต์เดียวกันด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.4 ส่วนเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 ในขณะที่ S-Class ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนและในครึ่งปีแรกของปี 2011 ที่สูงถึง 35,956 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 18.1