ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ประกาศทิศทางการดำเนินงานและ กลยุทธ์การตลาดไตรมาส 4 เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดทุกเซ็กเม้นต์จำนวน 9 รุ่น พร้อมด้วยการประกาศราคารถยนต์ใหม่ที่ลดลงถึง 2–5% ในรถยนต์ 7 รุ่น ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในเดือนกันยายน 2554 เติบโตสูงสุดในรอบปี โดยมีจำนวนถึง 581 คัน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 40% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันเมื่อปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 415 คัน และเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาถึง 319 คัน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 122% นับเป็นยอดขายสูงที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายน 2554 สูงถึง 3,553 คัน เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ย. 2553) ซึ่งอยู่ที่ 3,433 คัน”
ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์มีการเติบโตในทุกเซ็กเม้นต์ โดยมียนตรกรรมรุ่นใหม่ อาทิ C-Class Coupe Edition 1 ครั้งแรกของ C-Class คูเป้สปอร์ตหรูแบบ 4 ที่นั่ง the new generation C-Class ที่มาพร้อมกับเกียร์เดินหน้า 7 จังหวะรุ่นใหม่ 7G-TRONIC PLUS โดยเฉพาะอย่างยิ่ง C 200 BlueEFFICIENCY ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี, E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE สุดยอดยนตรกรรมหรูที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและแก๊ส NGV, SLK 200 BlueEFFICIENCY Sports AMGโรดสเตอร์โฉมใหม่ล่าสุดของรถสปอร์ตตระกูล SLK และ S 500 BlueEFFICIENCY Long Wheel Base ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ BlueDIRECT แบบ V8 ด้วยสมรรถนะการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิมถึง16% เป็นต้น
โดยแต่ละเซ็กเม้นต์มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นดังนี้